เรื่องเล่านักเขียน 1

posted on 08 Mar 2015 13:20 by myomyo

เรื่องเล่านักเขียน...

 

สำหรับฉันการเป็นนักเขียนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทั้งที่เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็เป็นนักเขียนด้วยกันทั้งนั้น แต่ฉันกลับมีข้อแม้มากมายในการเป็นนักเขียน ปัญหาหลายอย่างที่เคยเจอเป็นสิ่งที่บอกกับตัวเองได้เป็นอย่างดีว่า “เป็นนักเขียนไม่ง่ายเลย” ในเมื่ออยากเป็นก็ต้องลองแล้วเรียนรู้

 ความอยากเป็นนักเขียนของฉันเริ่มต้นเมื่อหลายปีก่อน เมื่อครั้งที่เริ่มต้นการทำงานหนังสือการ์ตูนประวัติศาสตร์สำหรับเด็ก ฉันเป็นฝ่ายข้อมูล ( ฝ่ายวิชาการของสำนักพิมพ์ ) ด้วยความที่เราเรียนประวัติศาสตร์มา การเขียนสรุปข้อมูลคงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะตอนสอบก็มีแต่ข้อสอบอัตนัย เราก็เขียนสอบกันเป็นหน้าๆ ใช่ๆ มันไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่ที่ไหนได้ นักเขียนการ์ตูน ผู้ที่ต้องอ่านข้อมูลเพื่อนำกลับไปเขียนเป็นการ์ตูน กลับบอกเราว่าเขาอ่านไม่รู้เรื่องเลย ข้อมูลเยอะเกินไป เหมือนนั่งอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ เหมือนเอาข้อมูลหลายๆ เล่มมาพิมพ์รวมกัน

 คำท้วงติงเหล่านี้ทำให้นึกย้อนไปถึงข้อบกพร่องงานเขียนของเราเอง เขียนอย่างไรให้คนอ่านเข้าใจได้ง่ายที่สุด สื่อสารได้ตรงประเด็นที่สุด แต่ที่สุดแล้ว ฉันก็ยังคงเป็นฉัน คนอ่านรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ก็ต้องอธิบายกันไป นักเขียนการ์ตูนก็เก่งมากพอที่จะแปลงข้อมูลยากๆ ให้เป็นการ์ตูนเพื่อเด็กได้ เรื่องนี้นับถือจากใจจริง

 หลังจากที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากพอสมควรถึงการเขียนข้อมูลที่อ่านยากเหลือแสนของฉัน แต่ฉันกลับมั่นใจว่าตัวเองเขียนนิยายยังได้เลยด้วยซ้ำ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั่นล่ะคือจุดเริ่มต้นที่กระตุ้นต่อมความอยากเป็นนักเขียนอย่างแท้จริง ที่นี้ก็มาถึงคำถามต่อมา แล้วจะเขียนนิยายแบบไหนล่ะ นิยายออกเกลื่อนเมือง สารพันแนว คิดสะระตะแล้วก็ได้ข้อสรุปว่า >>> ฉันอยากเขียนนิยายได้เหมือนอย่างคุณทมยันตี แต่คุณทมยันตีก็เทพมาก คิดอยากเลียนแบบแต่มาคิดอีกที อย่าเลย เลียนแบบให้ตายยังไงก็ไม่มีวันเหมือน เมื่อคิดได้แบบนี้แล้ว เราก็ต้องหาสไตล์เป็นของตัวเอง ก็มาคิดถึงนิยายประเภทอื่นๆ เริ่มต้นด้วย >>>  

   

อีโรติก... แค่อ่านยังอายม้วน ให้เขียนคงลำบาก ( ทุกวันนี้ได้ลองเขียนดูแล้วแม้จินตนาการจะกว้างไกลแต่มือไม่ยอมพิมพ์ก็เป็นอันต้องยุติ )

ผี... ไม่ไหวแฮะ นึกถึงเรื่องผีทีไรก็ไถลไปเรื่องหวยทุกที

สืบสวนสอบสวน... ทุกวันนี้ยังงงอยู่เลยว่าตำรวจจราจรกับตำรวจที่อยู่ในโรงพักเป็นกลุ่มเดียวกันหรือเปล่า ( ถ้ายังทู่ซี้เขียนอาจมีผู้หมวดกลายเป็นยศจ่าสิบตำรวจก็เป็นได้ )

 

 

 บทสรุปคือ ไอ้นั้นไม่ได้ ไอ้นี่ไม่เอา ไอ้โน้นก็มีปัญหา ไอ้ที่คิดว่าได้ก็ส่อแววล่ม ก็เลยมาจบลงที่รักโรแมนติก เมื่อได้แบบหนังสือที่อยากเขียน ก็ถึงเวลาลงมือละเลงคีย์บอร์ด ลองผิดลองถูกอยู่หลายปี การถูกปฏิเสธจากสำนักพิมพ์ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ( แต่หลายปีเข้านี้ก็เหนื่อยใจ ) ใครๆ ก็ถูกปฏิเสธด้วยกันทั้งนั้น คำกล่าวหนึ่งที่เพื่อนฉันยังคงย้ำเตือนเสมอมาก็คือ “อย่าหยุดเขียน อยากเป็นนักเขียน ก็ต้องเขียน” ในระหว่างนี้ฉันก็ยังวนเวียนอยู่กับการทำงานอื่นๆ ด้วย หนึ่งในนั้นก็ยังคงเป็นงานเกี่ยวกับหนังสือเหมือนเคย แต่สิ่งที่ได้รับจากการทำงานบริษัทสื่อในระยะเวลาอันสั้นครั้งนี้คือ ฉันได้เรียนรู้ว่าการเว้นวรรค วรรคตอน เป็นเรื่องสำคัญมาก เว้นผิด ความหมายผิด เรื่องที่สองคือ อะไรที่ไม่รู้จริงอย่าเขียน เขียนที่เข้าใจ อะไรไม่รู้ให้หาข้อมูลอย่านั่งเทียน และที่สำคัญท้ายสุดคือ อย่าดูถูกคนอ่าน ( นักอ่านหลายคนมีความเก่งกาจเฉพาะทาง เพียงแต่เขาไม่เขียนหนังสือก็เท่านั้นเอง )

  หลังจากที่เริ่มเขียนนิยายเป็นจริงเป็นจัง (สักที) ก็มีปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง คำถูกผิดตามพจนานุกรม เรื่องนี้ก็สำคัญมากเช่นกัน เขียนผิดความหมายผิด นักเขียนถือเป็นแบบอย่างของการเขียนที่จำเป็นต้องถูกต้อง พจนานุกรม อย่าให้ห่าง มีติดตัวไว้บ้างเป็นดี อาจได้เรียนรู้คำแปลกๆ ที่เราไม่เคยรู้เพิ่มขึ้นอีกด้วย ปัญหานี้หมดไป ปัญหาที่ตามมาอีกหนึ่งอย่างคือ บ.ก. ท่านหนึ่งเคยบอกฉันว่า “องุ่น แกเขียนหนังสือได้ย้วย ย้อย ย้ำ เป็นที่สุด” เรื่องนี้ เราแก้ปัญหาได้ด้วยการตัด ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีในเนื้อเรื่องออกไปให้หมด หากจะเข้าห้องน้ำก็ตรงไปที่ห้องน้ำก่อน อย่าเพิ่งอธิบายเรื่องดอกไม้หน้าห้องน้ำ >>> พอตัดไป... หนังสือเรื่องแรกเกือบสองร้อยหน้าเอสี่ เหลือไม่ถึงร้อยห้าสิบหน้า เออวะ... มันคงย้วย ย้อย ย้ำ น่าดู  

  คำแนะนำจากกองบรรณาธิการของแต่ละสำนักพิมพ์ที่ได้รับภายหลังจากการส่งต้นฉบับมีประโยชน์มากสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ ฉันได้เอามาปรับใช้อยู่เรื่อยๆ และก็ได้รับการปฏิเสธจากสำนักพิมพ์อยู่เรื่อยๆ เช่นกัน T_T แต่แล้วก็มาถึงปีทองกะเขาสักที หนังสือเรื่องแรกของฉัน เรื่อง “เพราะรักและผูกพัน” ( เป็นเรื่องแรกที่ได้ตีพิมพ์แล้วก็ได้รับรางวัลด้วย ฟินไปหลายวัน ^_^ >>> ได้รับรางวัลรองชนะเลิศของสำนักพิมพ์อักษรศาสตร์ โครงการดาวประดับฟ้า ) ทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่เพียงการเริ่มต้น การเริ่มต้นว่ายากแล้ว ( เพราะใช้เวลาอยู่หลายปีเหมือนกัน ) แต่การคงอยู่นั้นยากกว่า...

 

หยาดรัตติกาล... ศิราทิศ...

 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet